เกิดอะไรขึ้น? หญิงจีนฝากเงิน 2 ล้าน แต่กลายเป็น "0" แถมศาลสั่งแบงก์ชดใช้แค่ 20%

ฝากเงิน 2 ล้านหยวน ก่อนเงินหายเกลี้ยงบัญชี ศาลสั่งธนาคารชดใช้แค่ 20% เพราะอะไร?
หญิงจีนฝากเงิน 2 ล้านหยวน ก่อนถูกคนรู้จักถอนเกลี้ยงบัญชี ศาลพิจารณาคดี 3 ครั้ง สุดท้ายธนาคารชดใช้เพียง 20% เปิดเหตุผลและบทเรียนการรักษาเงินฝาก
กลายเป็นคดีที่สร้างความสนใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของเงินฝากธนาคาร หลังหญิงนักธุรกิจชาวจีนรายหนึ่งฝากเงินรวม 2 ล้านหยวน หรือคิดเป็นมูลค่าหลายล้านบาท ก่อนพบว่าเงินทั้งหมดถูกคนรู้จักซึ่งเคยทำงานให้ธนาคารถอนออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จะยื่นฟ้องเรียกเงินคืน แต่คดีกลับพลิกผันถึง 3 ครั้ง ก่อนศาลมีคำตัดสินให้ธนาคารรับผิดชอบเพียง 20% ของความเสียหายที่เรียกร้อง
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองฮาร์บิน มณฑลเฮย์หลงเจียง ประเทศจีน เมื่อปี 2019 และมีการเปิดเผยคำพิพากษาทบทวนในเดือนเมษายน 2022 โดยประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการที่เงินฝากหายไปจากบัญชี แต่ยังรวมถึงการที่ผู้ฝากเงินมอบสมุดบัญชี เอกสารประจำตัว และเปิดเผยรหัสผ่านให้บุคคลอื่น จนกลายเป็นข้อพิจารณาสำคัญของศาลในการแบ่งความรับผิดชอบ
หญิงฝากเงิน 2 ล้านหยวน ก่อนคนรู้จักชวนย้ายบัญชีรับดอกเบี้ยพิเศษ
รายงานของนิตยสารกฎหมายจีน Democracy and Legal System Weekly ซึ่งเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ The Paper เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2022 เปิดเผยเรื่องราวของหญิงนักธุรกิจรายหนึ่งในเมืองฮาร์บิน โดยสื่อจีนใช้นามสมมติว่า เหรินอิ๋งอิ๋ง ซึ่งรู้จักสนิทสนมกับหญิงอีกคนหนึ่งที่ใช้นามสมมติว่า อู๋เหวิน ผู้ทำงานเกี่ยวข้องกับการรับฝากเงินให้ธนาคาร
เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2019 เหรินอิ๋งอิ๋งนำเงินจำนวน 1 ล้านหยวนไปฝากประจำกับธนาคารแห่งหนึ่งในเขตเซียงฟาง เมืองฮาร์บิน โดยเลือกฝากเป็นระยะเวลา 2 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.25% ต่อปี ก่อนนำเงินอีก 1 ล้านหยวนไปฝากเพิ่มในวันที่ 1 เมษายนปีเดียวกัน ทำให้มีเงินฝากรวมทั้งสิ้น 2 ล้านหยวน
อย่างไรก็ตาม หลังจากฝากเงินก้อนที่สองในวันดังกล่าว อู๋เหวินได้ติดต่อเธอและอ้างว่าธนาคารมีผลิตภัณฑ์เงินฝากก้อนใหญ่ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเดิม พร้อมเสนอว่าจะช่วยดำเนินการย้ายเงินไปยังบัญชีใหม่ให้
ด้วยความที่ทั้งสองรู้จักกันมานาน เหรินอิ๋งอิ๋งจึงเชื่อใจและมอบบัตรประจำตัวประชาชนจีนกับสมุดบัญชีเงินฝากให้อู๋เหวินนำไปดำเนินการ อีกทั้งยังมีการเปิดเผยรหัสผ่านบัญชี ทำให้อีกฝ่ายสามารถนำข้อมูลไปใช้ทำธุรกรรมได้
เพียงวันเดียว เงินฝาก 2 ล้านหยวนถูกถอนออกทั้งหมด
หลังได้รับเอกสารและข้อมูลบัญชี อู๋เหวินได้นำไปดำเนินการถอนเงินฝากประจำก่อนกำหนด ผ่านขั้นตอนการเปิดและปิดบัญชี ก่อนนำเงินจำนวน 2 ล้านหยวนออกไปโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของเงิน
ในช่วงเย็นวันเดียวกัน อู๋เหวินนำบัตรประจำตัวมาคืน แต่ยังไม่ได้คืนสมุดบัญชีเงินฝาก โดยอ้างว่าลืมไว้ที่ธนาคารและจะนำมาคืนในวันรุ่งขึ้น
เมื่อวันต่อมา เหรินอิ๋งอิ๋งพยายามติดต่ออู๋เหวินแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่ธนาคาร ก่อนทราบว่าเงินฝากทั้งหมดถูกถอนออกไปแล้วตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 1 เมษายน 2019
เธอจึงเรียกร้องให้ธนาคารคืนเงินต้นและดอกเบี้ย แต่ธนาคารปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าผู้ทำธุรกรรมได้นำเอกสารประจำตัว สมุดบัญชี และรหัสผ่านที่ถูกต้องมาใช้ดำเนินการ ทำให้เกิดข้อพิพาทว่าใครควรรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
ศาลชั้นต้นตัดสินให้ธนาคารคืนเงินฝากทั้งหมด
ในเดือนมีนาคม 2020 เหรินอิ๋งอิ๋งยื่นฟ้องต่อศาลประชาชนเขตเซียงฟาง เมืองฮาร์บิน เพื่อเรียกร้องเงินต้น 2 ล้านหยวน พร้อมดอกเบี้ยจากธนาคาร โดยให้เหตุผลว่าธนาคารมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของเงินฝากลูกค้า
ศาลชั้นต้นพิจารณาว่า ผู้ฝากเงินและธนาคารมีความสัมพันธ์ตามสัญญาฝากเงินอย่างถูกต้อง ธนาคารจึงมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเงินฝาก และต้องตรวจสอบความถูกต้องของการทำธุรกรรม โดยเฉพาะการถอนเงินจำนวนมากก่อนครบกำหนด
ในคดีนี้ ศาลพบว่าธนาคารไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าผู้ฝากเงินมอบอำนาจให้อู๋เหวินถอนเงิน อีกทั้งการทำธุรกรรมยังมีความผิดปกติหลายประการ รวมถึงการถอนเงินฝากประจำก่อนกำหนดและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับผู้เคยทำงานให้ธนาคาร
ศาลชั้นต้นจึงมีคำพิพากษาให้ธนาคารคืนเงินต้นจำนวน 2 ล้านหยวน พร้อมดอกเบี้ยตามอัตราที่กำหนด โดยคำนวณตามระยะเวลาที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ให้ดอกเบี้ยเต็มสองปีตามที่ผู้เสียหายเรียกร้องทั้งหมด
ธนาคารอุทธรณ์สำเร็จ ศาลกลับคำตัดสินให้ลูกค้ารับผิดชอบเอง
ธนาคารไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาและยื่นอุทธรณ์ต่อศาลประชาชนระดับกลางเมืองฮาร์บิน โดยยืนยันว่าการถอนเงินดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการรับฝากเงินกำหนดไว้
ธนาคารชี้ว่า ผู้ทำธุรกรรมมีทั้งเอกสารประจำตัวของเจ้าของบัญชี เอกสารประจำตัวของตนเอง สมุดบัญชีเงินฝาก และรหัสผ่านที่ถูกต้อง ซึ่งธนาคารได้ตรวจสอบและเก็บหลักฐานประกอบการทำธุรกรรมแล้ว
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ธนาคารได้ดำเนินการตรวจสอบตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ขณะที่เจ้าของบัญชีกลับสมัครใจมอบเอกสารสำคัญและข้อมูลที่ใช้ทำธุรกรรมให้บุคคลอื่น โดยไม่ได้ใช้มาตรการป้องกันความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
ในเดือนธันวาคม 2020 ศาลอุทธรณ์จึงมีคำพิพากษากลับคำตัดสินของศาลชั้นต้น และยกคำร้องเรียกเงินคืนทั้งหมดของเหรินอิ๋งอิ๋ง ทำให้เธอไม่สามารถเรียกร้องเงินจากธนาคารได้ตามคำพิพากษาในชั้นนั้น
ศาลสูงพิจารณาคดีอีกครั้ง ชี้ธนาคารมีส่วนผิด แต่ลูกค้าต้องรับผิดชอบหลัก
หลังคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ เหรินอิ๋งอิ๋งยังคงเดินหน้าขอให้ศาลสูงมณฑลเฮย์หลงเจียงพิจารณาคดีใหม่ โดยให้เหตุผลว่าธนาคารไม่ควรปฏิเสธความรับผิดชอบทั้งหมด เพราะผู้ที่นำเงินออกไปสามารถใช้ช่องโหว่ของกระบวนการธนาคารเพื่อถอนเงินจำนวนมากได้
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2021 ศาลสูงมณฑลเฮย์หลงเจียงมีคำสั่งรับคดีไว้พิจารณาทบทวน ก่อนวินิจฉัยว่าธนาคารยังคงมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยของธุรกรรมและเงินฝาก แม้ผู้ฝากเงินจะมีความผิดพลาดในการดูแลเอกสารและรหัสผ่านของตนเองก็ตาม
ศาลเห็นว่า การที่อู๋เหวินสามารถใช้กระบวนการเปิดและปิดบัญชีเพื่อถอนเงินฝากประจำจำนวนมากก่อนกำหนดได้ สะท้อนว่าธนาคารมีช่องโหว่ในการบริหารจัดการและตรวจสอบธุรกรรม จึงไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบทั้งหมดได้
อย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาด้วยว่าเจ้าของบัญชีเป็นผู้บรรลุนิติภาวะและควรตระหนักถึงความเสี่ยงจากการมอบบัตรประจำตัว สมุดบัญชี และรหัสผ่านให้บุคคลอื่น จึงต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นส่วนใหญ่
คำตัดสินสุดท้าย ธนาคารชดใช้ 418,000 หยวน คิดเป็น 20% ของความเสียหาย
ในเดือนเมษายน 2022 ศาลสูงมณฑลเฮย์หลงเจียงเผยแพร่คำพิพากษาทบทวน โดยยกเลิกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แล้วกำหนดให้ธนาคารรับผิดชอบ 20% ของเงินต้นและดอกเบี้ยที่ผู้เสียหายเรียกร้องรวม 2.09 ล้านหยวน
นั่นหมายความว่าธนาคารต้องชดใช้เงินจำนวน 418,000 หยวน ขณะที่คำเรียกร้องส่วนที่เหลือไม่ได้รับการอนุมัติ โดยศาลให้น้ำหนักกับความผิดพลาดของเจ้าของเงินที่ส่งมอบเอกสารและข้อมูลสำคัญให้บุคคลอื่น มากกว่าความบกพร่องในการควบคุมธุรกรรมของธนาคาร
| รายการ | จำนวนเงิน |
|---|---|
| เงินต้นที่ถูกถอนออก | 2,000,000 หยวน |
| เงินต้นและดอกเบี้ยที่เรียกร้อง | 2,090,000 หยวน |
| สัดส่วนความรับผิดของธนาคาร | 20% |
| จำนวนเงินที่ศาลสั่งให้ธนาคารชดใช้ | 418,000 หยวน |
คำพิพากษานี้ไม่ได้หมายความว่าธนาคารทุกแห่งในจีนต้องชดใช้เพียง 20% เมื่อเงินฝากลูกค้าถูกนำออกไปโดยมิชอบ แต่เป็นการแบ่งความรับผิดชอบตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของคดีนี้โดยเฉพาะ
บทเรียนจากคดีเงินฝากหาย ทำไมไม่ควรให้สมุดบัญชีและรหัสผ่านกับผู้อื่น?
คดีนี้สะท้อนว่าความไว้วางใจบุคคลที่เคยทำงานให้ธนาคารอาจนำมาซึ่งความเสี่ยงทางการเงินได้ โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของบัญชียอมมอบทั้งเอกสารประจำตัว สมุดบัญชี และรหัสผ่านให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
แม้ธนาคารมีหน้าที่ดูแลระบบและตรวจสอบธุรกรรม แต่ผู้ฝากเงินก็จำเป็นต้องรักษาข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลสำหรับเข้าถึงบัญชีอย่างรอบคอบ เพราะหากเกิดข้อพิพาท ศาลอาจพิจารณาพฤติกรรมของผู้ฝากเงินร่วมกับข้อบกพร่องของธนาคารในการกำหนดความรับผิดชอบ
5 วิธีป้องกันเงินฝากถูกถอนหรือโอนโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ไม่เปิดเผยรหัสผ่านหรือรหัสยืนยันธุรกรรม: แม้ผู้ติดต่อจะอ้างว่าเป็นพนักงานธนาคารหรือเป็นคนรู้จักก็ตาม
- ไม่ส่งมอบเอกสารสำคัญให้ผู้อื่นโดยไม่มีความจำเป็น: โดยเฉพาะสมุดบัญชี บัตรประจำตัว และข้อมูลที่ใช้ยืนยันตัวตน
- ตรวจสอบข้อเสนอผลตอบแทนพิเศษกับธนาคารโดยตรง: หากมีผู้เสนอให้ย้ายเงินฝากเพื่อรับดอกเบี้ยสูงขึ้น ควรติดต่อธนาคารผ่านช่องทางทางการก่อน
- เปิดใช้ระบบแจ้งเตือนธุรกรรม: เพื่อให้ทราบความเคลื่อนไหวของบัญชี และตรวจพบรายการผิดปกติได้เร็วขึ้น
- รีบแจ้งธนาคารเมื่อพบความผิดปกติ: หากสงสัยว่าเงินถูกถอนหรือโอนโดยไม่ได้รับอนุญาต ควรติดต่อธนาคารทันที เก็บหลักฐาน และแจ้งความตามความเหมาะสม
หากเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในไทย ธนาคารต้องชดใช้ 20% หรือไม่?
คำพิพากษาของศาลจีนในคดีนี้ไม่สามารถนำมาใช้เป็นข้อกำหนดการชดใช้เงินฝากในประเทศไทยได้โดยตรง เพราะแต่ละประเทศมีกฎหมาย ระบบกำกับดูแลธนาคาร และหลักเกณฑ์ความรับผิดชอบแตกต่างกัน
หากเกิดกรณีเงินฝากถูกถอนหรือโอนโดยไม่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย จำเป็นต้องพิจารณาข้อเท็จจริงว่าธุรกรรมเกิดขึ้นอย่างไร ใครเป็นผู้ทำรายการ มีการยินยอมหรือมอบอำนาจหรือไม่ รวมถึงธนาคารและเจ้าของบัญชีได้ปฏิบัติตามหน้าที่ของตนอย่างเหมาะสมเพียงใด
ผู้เสียหายจึงควรแจ้งธนาคารทันทีเมื่อพบรายการผิดปกติ และหากไม่ได้รับการแก้ไขที่เหมาะสม สามารถสอบถามช่องทางร้องเรียนจากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือขอคำปรึกษาทางกฎหมายตามข้อเท็จจริงของกรณีนั้น ๆ
สรุป ฝากเงิน 2 ล้านหยวนถูกถอนเกลี้ยง ทำไมธนาคารจ่ายชดเชยเพียง 20%?
กรณีหญิงนักธุรกิจชาวจีนที่สูญเสียเงินฝาก 2 ล้านหยวน หลังมอบเอกสารและรหัสผ่านให้คนรู้จักซึ่งเคยทำงานให้ธนาคาร กลายเป็นข้อพิพาทที่ต้องผ่านการพิจารณาของศาลหลายครั้ง ก่อนศาลสูงมณฑลเฮย์หลงเจียงมีคำพิพากษาให้ธนาคารชดใช้ 418,000 หยวน หรือ 20% ของเงินต้นและดอกเบี้ยที่เรียกร้อง
ศาลให้เหตุผลว่าธนาคารมีข้อบกพร่องด้านการจัดการธุรกรรม แต่เจ้าของบัญชีเองก็ขาดความระมัดระวังในการรักษาเอกสารและข้อมูลสำคัญ จึงต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายเป็นส่วนใหญ่
บทเรียนสำคัญของคดีนี้คือ อย่ามอบรหัสผ่านและข้อมูลสำคัญของบัญชีให้ใครง่าย ๆ แม้จะเป็นคนรู้จักหรือผู้ที่เคยทำงานให้ธนาคาร เพราะการป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ต้นย่อมดีกว่าการต้องฟ้องร้องเพื่อเรียกเงินคืนในภายหลัง
- ชายล้มทั้งยืน สูญเงินเกลี้ยงบัญชี เพราะ “รูปถ่าย” ที่หลายคนมีในมือถือ โดยไม่รู้ถึงอันตราย!!!
- ตร.มาหาถึงบ้าน ตรวจพบ "ค้อน" ไม่ใช่ค้อน แม่เฒ่าใช้งานมา 20 ปี เคราะห์ดีที่ไม่ตาย!
- หม้ายผัวตาย ร้องไห้โฮเพิ่งรู้ "เงินหมื่น" ที่โอนมาตลอด 4 ปี คือมิตรภาพดีๆ สามีทิ้งไว้ให้!

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี